Close
Advertiser
loading...

adnow

loading...
loading...

"พ่อแม่มึงไม่ใช่เจ้าใหญ่นายโต...มึงจะเป็นนายร้อยได้ยังไง" จากคำดูถูกในวันนั้น แปลเปลี่ยนเป็นแรงผลักดันจนมี "ลุงเสธ.ทัย" ในวันนี้!!! (1 แชร์ 1 กำลังใจ)

เปิดประวัติ"ลุงเสธ.ทัย" หรือพันเอกอุทัย รุ่งสังข์ รองหัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์กอ.รมน....


เปิดประวัติ"ลุงเสธ.ทัย" หรือพันเอกอุทัย รุ่งสังข์ รองหัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า..จากลูกชาวนา เส้นทางสู่นักเรียนนายร้อย จปร. จากคำดูถูกดูแคลน ว่า"ไง ไอ้นายร้อย"  หนทางความเพียรพยายาม อดทน มุมานะ กับวันที่ฝันเป็นจริง ... เรื่องราวส่งมอบกำลังใจดีๆ


โดยทางด้านของคุณวาสนา นาน่วม ได้โพสข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว ถึงกรณีดังกล่าว ข้อความระบุว่า...

ทหาร"วงศ์กะปางค์" ทัพ4
ตอน 2

"ความยากจน" กับ"คำดูถูก"ของชาวบ้าน 

"พ่อมึงเป็นชาวนา แม่มึงก็เป็นชาวนา ไม่ใช่เจ้าใหญ่นายโต มึงจะเป็นนายร้อยได้ยังไง"

คือ พลังขับ จนทำให้ได้เป็นนักเรียนนายร้อยจปร.

ในสังคมของคนทั่วๆไป มักจะถามกันว่า"โตไปหนูจะเป็นอะไร" 

ตอนนั้นยังเด็กประถมตอบได้เพียงว่า อยากเป็น"ทหาร"

โดยไม่รู้ว่าทหารมียศอะไรบ้าง ต้องสอบยังไง 
เพียงแค่เห็นพี่ชายของเรา ๒ คนเป็นนักเรียนนายสิบ กับทหารเกณฑ์ก็ชอบแล้ว

พอเข้าเรียนมัธยมฯ ที่โรงเรียนคุรุประชาสรรค์ โรงเรียนประจำอำเภอสรรคบุรี จ.ชัยนาท ก็ได้เห็นรุ่นพี่เขาได้เป็น นักเรียนนายร้อย จปร.

คนแรกคือ นักเรียนนายร้อย เอี่ยม น้ำจันทร์( ตท.๒๔) และคนที่ ๒ นักเรียนนายร้อย ธงชัย รอดย้อย (ตท.๒๕) .....

เวลาที่พี่เขาแวะมาเยี่ยมครู/อาจารย์ที่โรงเรียน...โอ้โฮ...ช่างโคตะระเท่ห์อะไรปานนี้
พี่เขาแต่งชุดนักเรียนนายร้อย (นนร.)มาด้วย 
จึงมโนเอาเองว่า"เอาหล่ะ เรามาตั้งเป้าหมายชีวิตคือ ต้องเป็นนักเรียนนายร้อย จปร.ให้ได้.."

จึงเป็นที่มา ของคำตอบคนทั่วไป ที่ถามได้ว่า "โตไป เอ็งจะเป็นอะไร" 
ผมเลยตอบได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า "อยากเป็นนายร้อย ครับ" 

แต่สิ่งที่ได้รับมาคือ พวกเขาหัวเราะเยาะและขำกันมากๆ แถมยังบอกอีกว่า "พ่อมึงเป็นชาวนา แม่มึงก็เป็นชาวนา ไม่ใช่เจ้าใหญ่นายโต มึงจะเป็นนายร้อยได้ยังไง"

ถามว่า ณ ตอนนั้นผมอายไหม ตอบว่าอาย ถามว่าโกรธไหม ตอบได้ว่าไม่โกรธเลยเพราะเขาพูดความจริง 

แต่คำ ดูถูก เหล่านี้แหล่ะเป็นแรงผลักดัน (Push) ที่ทำให้ผมมีความมุมานะ ต้องทำให้ได้

โดยมีคติใหม่ในใจคือ "คนเรามีสิทธิ์ที่จะฝัน(หวัง) ถ้าทำความฝัน(หวัง)ให้เป็นจริงไม่ได้ถือว่า"เสมอตัว"หากทำได้ถือว่าเป็น "กำไรชีวิต"..... 
จึงมุมานะอ่านหนังสือเองโดยปรับตารางเวลาชีวิตคือ เช้าปั่นจักรยานไปโรงเรีบนมัธยม(ประมาณ ๖ ก.ม.)เพื่อเสริมสร้างพลังกาย พร้อมเอาผักเล็กๆน้อยๆไปวางฝากขายตามร้านของชำ รายทางที่ผ่าน 

เอาข้าวใส่ปิ่นโตไปทานกลางวันด้วย เพื่อประหยัดเงินในมื้อกลางวัน 

เย็นให้เพื่อนช่วยปั่นจักรยานให้ เราก็วิ่งตาม เพื่อเป็นการซ้อมวิ่งไปในตัว 

จนชาวบ้านแถวนั้นเขาบอกว่ามันท่าจะบ้า แล้วตะโกนแซวเสมอว่า"ไง ไอ้นายร้อย" 

บางทีรู้สึกอายเขาเหมือนกัน จึงเปลี่ยนวีธีใหม่ โดยแอบไปวิ่งตอนตะวันโพล้เพล้ ตามคันคลอง หลังบ้าน จนหนามโคกกระสุนตำเท้าเอา. เพราะพื้นรองเท้ามันสึกจนบางมากๆ เจ็บก็ต้องทน 


ส่วนการว่ายน้ำก็เลือกเอาคลองชลประทานหลังบ้าน(คลองอัมบ้า)เลือกเอาที่ว่างๆจากผักตบชวา และกว้างพอว่ายไป-กลับแบบลูกหมาตกน้ำได้ 

พอถึงบ้านก็สูตรเดิม...รีบซักชุดนักเรียน ซึ่งตอนนี้ดีหน่อย มี ๒ ชุดแล้ว...

เสร็จแล้วรีบไปไถนาด้วยควายเหล็กยี่ห้อ คูโบต้า แบบเก๊าเก่าเสียงดังสนั่นทุ่ง จนถึง ๑-๒ ทุ่ม ขึ้นมาอาบน้ำอ่านหนังสือถึง ๓-๔ ทุ่มเข้านอน ตี ๔ ครึ่งตื่นช่วยคุณแม่เตรียมของเล็กๆน้อยๆ แล้วช่วยใส่กระบุงหาบไปรอขึ้นรถเที่ยวแรกตีห้าครึ่ง เพื่อคุณแม่จะได้ไปขายที่ตลาดสดยามเช้าในตลาดสรรคบุรี...

วงจรชีวิตเป็นอย่างนี้มาตลอด ไม่เคยได้เที่ยวที่ไหน ในวันหยุด ไม่เคยมีวันหยุดสำหรับตัวเอง แต่มีความสุขในใจ เมื่อเห็นเงินเล็กๆน้อยๆที่คุณแม่เก็บผัก กล้วย ตำลึง หัวปลี พริก แตงกวา ฯลฯ ข้างบ้านไปขายได้วันละร้อยกว่าๆ (สมัยปี ๒๕) เป็นอย่างนี้มาตลอดยันจบมัธยมปลาย 

เมื่อย่างเข้าเทอมปลายของ ม.๖ ก็วิ่งสอบทุกที่ที่เปิดสมัยนั้นเช่น นักเรียนนายสิบทหารทุกเหล่าทัพ พนักงานสาธารณสุข สัตวแพทย์ ม.เกษคร(โควต้า) โครงการคุรุทายาท โครงการแพทย์ชนบท 

และ สุดท้ายคือ ความไฝ่ฝันอันสูงสุดคือ นักเรียนนายร้อย จปร.เท่านั้น (เน้นน่ะครับ) ผลออกมา ติดเกือบทุกที่เช่น โครงการคุรุทายาท พนักงานสาธารณสุข(๒ปี) สัตวแพทย์ ม.เกษตร.....

และสุดท้ายคือ นักเรียนนายร้อย จปร.....ไชโย...ฝันเราเป็นจริงแล้ว เราได้กำไรของชีวิตแล้วหล่ะ...

ผมระลึกอยู่เสมอว่า... หากไม่มีคำดูถูกดูแคลนของพวกเขาเหล่านั้น คงไม่มี "ลุงเสธ.ทัย" พันเอก อุทัย รุ่งสังข์ ในวันนี้

ผมเคยเจอบทกลอนบทหนึ่งซึ่งผมชอบมากๆ คือ 

"เจ็บใจทำไมมี กับวจีที่เสียดแทง 
เดินซิอย่าคลางแคลง
ฤาย่อท้อต่อคำคน"

ซึ่งมันก็เป็นเรื่องจริง หากผมย่อท้อและยอมแพ้ในคำ "ดูถูก" ในวันนั้น ผมคงแพ้ตัวเองทั้งชีวิต ไม่สามารถสร้างฝันของตนเองให้เป็นจริงถึงทุกวันนี้ได้..


.......#ลุงเสธทัย ๒๙๔๕ ๐๖๐๙๑๕ ก.พ.๖๐....


0 comments

adnow

loading...
loading...

adnow

loading...

Flickr Images